11-1 ปราสาททรายในสายฝน

เรื่อง ปราสาททรายในสายฝน
ผู้แต่ง ดวงตะวัน
สำนักพิมพ์ พิมพ์คำ
(ปัจจุบัน นิยายเรื่องนี้ถูกตีพิมพ์ในนาม สนพ. ดวงตะวัน)
ราคา 300 บาท
(พิมพ์ครั้งที่ 2 เมื่อปีพ.ศ. 2550)

ปราสาททรายอันโอฬาริก งามดุจดวงดารา
จักเป็นของนางผู้เป็นที่รักแห่งข้า ตราบชั่วนิรันดร์

ดวงตะวันเป็นนักเขียน (ค่อนข้าง) ใหม่ ที่มีสำนวนการเขียนที่ดี
เล่าเรื่อง (อย่างน้อยก็ปราสาททรายในสายฝนเล่มนี้) ได้สนุก
มีมุมมองและพล็อตที่น่าสนใจ ทำให้การอ่านนิยายเล่มนี้ค่อนข้างไหลลื่น
(ถ้ามองข้ามตรรกะบางอย่างออกไป และเชื่ออย่างที่นักเขียนอยากให้เชื่อ)

ปราสาททรายในสายฝน เป็นเล่มแรก .. ที่แม้จะไม่ได้เป็นปฐมบทแห่งประเทศธิโมส์
(นิยายของประเทศสมมติประเทศนี้มีหลายเรื่องมาก ปัจจุบันเขียนถึงเล่มที่ 14 แล้ว
และยังมีออกมาเรื่อยๆ แบบไม่มีอาการมุกตัน สุดๆ จริงๆ ^^”)
แต่ก็เป็นเล่มแรกที่เปิดโลกของแผ่นดินแสงดาวให้เรารู้จัก
(และโชคดีจริงๆ ที่เปิดด้วยเล่มนี้
เพราะมันทำให้นิยายชุดธิโมส์ดูน่าติดตามมากในสายตาของเราตอนนั้น)

ปราสาททรายในสายฝน เปิดเรื่องด้วยฉากเมืองโอจา – อลันจาแห่งธิโมส์
เมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศ
เมืองที่ฝนตกตลอดเวลา
เมืองที่กล่าวขานกันว่า เป็นเมืองคนดุ
(แวบหนึ่ง เราคิดถึงฉากภาคใต้ของบ้านเรานี่แหละ
โอจา กับภาคใต้บ้านเราคล้ายกันหลายอย่างทีเดียว)

ดวงตะวันเปิดตัวบีแบล็ค พระเอกมาดเจ้าพ่อแห่งเมืองคนดุแห่งนี้
ในวันที่ฝนตกหนักวันหนึ่ง พื้นดินชายป่า สุดเขตบริเวณบ้านของบีแบล็คเกิดพังถล่มลงมา
ทำให้เกิดการค้นพบแผ่นหินที่มีลวดลายจารึกแปลกๆ
เขาสั่งให้คนงานมอบมันให้กับหน่วยงานโบราณคดีของประเทศ
และเหตุการณ์ในครั้งนั้นเอง เป็นการค้นพบครั้งสำคัญของธิโมส์

“กีระดารา – ปราสาททราย” คำอันเป็นปริศนาของนักโบราณคดีมาทุกยุคสมัย
คำอันมีความเกี่ยวพันอย่างแสนสำคัญกับประวัติศาสตร์ 3000 ปีก่อนของประเทศนี้
ตำนานที่เล่าขานจากอดีตต่อๆ กันมาถึงปัจจุบัน
เรื่องราวของคนเถื่อน กาย กานาเมซ และผองเพื่อน .. เพื่อนตาย
มัตเต เรเชน สองพี่น้องจากคุ้มผีเสื้อแห่งโมเนต และเจ้าหญิงคีรา จากคีราโมส์
เรื่องราวเหล่านั้น กำลังถูกค้นคว้าหาคำตอบด้วยความสามารถของเหล่านักโบราณคดีกลุ่มหนึ่ง
นักโบราณคดีจากส่วนกลาง!

ทีมสำรวจปราสาททรายนี้ประกอบไปด้วยหัวหน้าคณะสำรวจ .. ตรีดามาส
สาวนักโบราณคดีผู้มุ่งมั่นและกระตือรือร้น
ผู้เชี่ยวชาญจากเมืองหลวงอีกสองคน เฟีย และเอตีล
ภัณฑารักษ์ท้องถิ่น มิชช์ และวะรัน และกลุ่มนักศึกษาโบราณคดีจากส่วนกลางอีกหนึ่งกลุ่ม
ตามหลักการสร้างพล็อต แน่นอนว่าในกลุ่มนี้จะต้องมีตัวป่วนตัวปัญหาที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนเรื่องราว
เอตีล ผู้เชี่ยวชาญภาษาธิมาส์โบราณ คือเจ้าของตำแหน่งนั้น!

เหล่านักโบราณคดีทั้งหมดได้ทำการขุดค้น สำรวจในบริเวณที่เจ้าของบ้านไม่เต็มใจแม้แต่น้อย
ความสัมพันธ์ระหว่างคนในพื้นที่และหัวหน้าคณะสำรวจ เริ่มต้นได้ไม่สวยเท่าไรนัก
ผู้ชายจอมเผด็จการ กับผู้หญิงแสนดื้อ!
ทำให้นิยายเรื่องนี้หวานได้ท่ามกลางดงกระสุนและความขัดแย้ง

11-2 ปราสาททรายในสายฝน

11-3 ปราสาททรายในสายฝน

ในประเทศสมมติ ในเมืองสมมติของดวงตะวัน
มีภาษา มีวัฒนธรรม และมีประเพณีที่น่ารัก และดูสมจริงหลายอย่าง
ทำให้เราเชื่อได้ง่ายว่าประเทศแห่งนี้มีอยู่จริง แบบไหน และอย่างไร
รายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้เพิ่มเติมความน่ารักให้นิยายมากขึ้น

ตัวตนของบีแบล็ค ทั้งอุปนิสัย และลักษณะบางอย่าง ชวนให้เราคิดถึงปาลีนาคิม
(จากเสราดารัล – กิ่งฉัตร)
และนั่นเป็นอีกส่วนที่ทำให้เราชอบหนังสือเล่มนี้

นิยายเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่น่าจะเอามาทำละคร
ไม่ต้องทำยกชุดธิโมส์ก็ได้ ขอแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว
(หรือแอบพ่วงผีเสื้อลายตะวันเข้าไปด้วยอีกเล่มยิ่งดีใหญ่ ^^

การขุดค้นของเหล่านักโบราณคดีก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ
พร้อมๆ กับสถานการณ์ของเมืองโอจาที่ร้อนระอุขึ้นท่ามกลางสายฝน
และในที่สุด เหล่านักสำรวจก็ได้ค้นพบหลุมศพ และมัมมี่ร่างหนึ่ง
ความขัดแย้งที่ถูกค้นพบในหลุมศพที่ตรีรัชตะ – ผาเจ้าหญิงในบริเวณบ้านของบีแบล็คนั้นน่าสงสัย
ทีแรก เหล่านักโบราณคดี พบรอยสลักเป็นรูปผีเสื้อ ซึ่งมักพบในหลุมศพของผู้หญิง
แต่ในหลุมศพเดียวกันนี้เอง ก็ค้นพบหัวกระโหลกของศพสังเวย
อันแสดงถึงความเป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่ของเจ้าของ
และยังท่านอนของนักรบ ที่ขัดแย้งกับกำไลแรกเกิด เครื่องประดับประจำตัวเพศหญิงอีกเล่า
การค้นหาคำตอบของเรื่องราวในอดีตเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นิยายเล่มนี้สนุก (สำหรับเรา)

เมื่อการขุดค้นก้าวล่วงไปด้วยดี .. ภาพคนเถื่อนแห่งอดีตค่อยๆ ชัดเจนขึ้น
และซ้อนทับรอยคนเถื่อนแห่งยุคปัจจุบัน
ส่วนกลางบางคน จงใจใช้ผลประโยชน์ครั้งนี้เพื่อยกระดับอำนาจตัวเอง
เฉกเช่นเดียวกันกับคีราโมส์ในอดีต กระทำตนเช่นคนเถื่อน แต่ยกตนเหนือสิ่งที่ตนเองเดียดฉันท์
ท้ายที่สุด เมื่อคนเถื่อนย้อนรอยคนมีวัฒนธรรม ด้วยวิถีแห่งคนมีวัฒนธรรมเอง
ตนจึงตกหลุมพราง ติดกับดักแห่งตน

แม้ท้ายเรื่อง ปมความน่าสงสัยหลายๆ ปมในอดีต จะยังไม่ถูกคลี่คลาย
และนั่นทำให้ดวงตะวันเล่าขานเรื่องราวของชาวธิโมส์ต่อมาอีกหลายต่อหลายเล่ม
นี่แหละ แนวทางของดวงตะวัน ที่หลอกให้เราหยิบเล่มต่อๆ มา อ่านไปอย่างไม่รู้จบ
(เสียดายแค่ว่า มันไม่ได้สนุกอย่างที่คาดหวังไปเสียทุกเล่มนี่สิ!)

11-4 ปราสาททรายในสายฝน

คำใบ้บางช่วงบางตอน ที่ยั่วยุเราให้อยากหยิงผีเสื้อลายตะวันมาอ่านต่อโดยไว
แล้วจะช้าอยู่ไยคะ .. รีบหยิบผีเสื้อลายตะวันมาอ่านตามใจผู้เขียนกันเถอะ .. เร้ว!!

 

Comments are closed.

Post Navigation