เรื่อง ปกติคือไม่รัก
NORMAL PEOPLE
ผู้แต่ง แซนลี รูนีย์
ผู้แปล ณัชชานันท์ กล้าหาญ
สำนักพิมพ์ แซลมอน
เลขมาตรฐานหนังสือ 9786162985355

เรื่องนี้มีตัวละครหลักอยู่สองตัว คือแมรีแอนน์ กับคอนเนลล์
ทั้งสองคนนี้เป็นเด็กไฮสคูล
โดยความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้คือ
แมรีแอนน์อาศัยอยู่ในคฤหาสน์
และแม่ของคอนเนลล์เป็นแม่บ้านทำความสะอาดคฤหาสน์แห่งนี้

ทั้งสองคนเป็นเด็กที่เรียนดีระดับท้อป
แมรีแอนน์เป็นตัวของตัวเอง
ตัวตนของเธอที่โรงเรียน เป็นเด็กโดดเดี่ยว
เธอไม่มีเพื่อน ไม่คบเพื่อน และก็ดูเหมือนจะไม่เดือดร้อนกับเรื่องแบบนี้

ที่บ้าน แมรีแอนน์พูดคุยกับคอนเนลล์อย่างเป็นปกติ
คอนเนลล์สามารถเล่าเรื่องอะไรให้เธอฟังก็ได้
โดยที่มั่นใจได้ว่า เธอจะรับฟังอย่างตั้งใจ ไม่ล้อเลียน ไม่ขยี้ปม ไม่เล่าต่อ

แล้วแมรีแอนน์ก็เป็นฝ่ายสารภาพรักคอนเนลล์
ทั้งคู่เริ่มจูบกันในวันหนึ่ง
มันมีบรรยากาศแบบนิยายรักหวานๆ เรื่องหนึ่ง
แต่เรารู้แหละ ว่ามันเพิ่งจะเริ่มเรื่อง
และก็มีเรื่องราวอีกมายมายรอให้เราอ่านต่อจากนี้

ปกติคือไม่รัก เป็นนิยายที่ดูจะดำเนินเรื่องเร็ว
เราเริ่มมองเห็นได้ตั้งแต่ต้นเรื่องว่า
ทำไมผู้เขียนจึงได้รับการนิยมชมชอบว่า
เขียนเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์ได้ดี
เธอมีวิธีเล่าที่ไม่เหมือนใครเลย

เธอเล่าเรื่องกระโดดข้ามไปข้างหน้า ไม่ได้ต่อเนื่องวันต่อวัน
อาจเล่าของวันนี้ ข้ามไปอีกสัปดาห์ อีกสามสัปดาห์ อีกเดือนนึง อะไรแบบนี้
แต่ทำให้เรามองเห็นตัวตนของตัวละคร
มองเห็นพัฒนาการของตัวละครได้แจ่มแจ้ง

อย่างแมรีแอนน์ ที่มีตัวตนที่โรงเรียนเป็นอย่างหนึ่ง
ที่บ้านเธอเป็นอีกอย่างหนึ่ง
ซึ่งทั้งสองแบบก็เป็นตัวตนที่แท้จริงของเธอทั้งคู่
แต่ผู้เขียนก็ทำให้รู้สึกได้ว่า
คนเรามีความจริงที่แตกต่างกันมากกว่าหนึ่งแบบอยู่ภายใน

ประเด็นสำคัญที่หนังสือเล่มนี้พูดถึงคือ
เส้นทางที่จะทำให้คนคนหนึ่งรู้สึกแย่ 
ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง
ตีค่าตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริง
เส้นทางที่จะทำให้คนคนหนึ่งหลงทาง
ไม่มีความสุข และไม่อยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ
สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตถูกประกอบกันขึ้นเป็นความรู้สึกเหล่านั้น
ครอบครัว เพื่อน ผู้คนรอบข้าง 
ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เราคิดหรือรู้สึกเช่นไร
แต่สิ่งที่สำคัญจริงๆ 
คือความคิดและการตัดสินใจทำของตัวเราเองต่างหาก

ในช่วงต้นเรื่อง ทั้งสองคนต่างดูเป็นวันรุ่นปกติ
แต่เมื่อผ่านวันเวลามาระยะหนึ่ง 
ความวายป่วงก็ค่อยๆ ทับถม หนักหน่วง
เราว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับทั้งสองคน 
มันเกิดจากระบบความคิดภายในมากกว่าภายนอก
มันเกิดจากกลไกการจัดการตัวเองภายในที่ฝังรากลึกมาก่อนเก่า
และค่อยๆ เผยผลของมันมากขึ้น และมากขึ้น

คอนเนลล์ไม่ได้เพอร์เฟ็ค
และยิ่งชัดเจนว่าแมรีแอนด์ยิ่งไม่เพอร์เฟ็ค
พวกเขาต่างเป็นคนธรรมดาที่ชำรุด เว้าแหว่ง
เข้าใจกัน ไม่เข้าใจกัน ทั้งยังไม่เข้าใจตัวเอง
ใช้ชีวิตกันไปท่ามกลางความสับสน
คาบเกี่ยวกันไประหว่างคำว่าเพื่อน และอีกบางสิ่งที่ให้นิยามไม่ได้
ไม่ยอมรับ ไม่เป็น ไม่มีคำอธิบายในสิ่งที่เป็นหรือไม่เป็น

จริงๆ มันก็ออกจะเป็นความรักที่ต่างชนชั้น ต่างฐานะ
เป็นพล็อตโบราณๆ พล็อตหนึ่ง
แต่มันเป็นความรักที่ต่างชนชั้นในรูปแบบของสังคมยุคใหม่
เป็นสังคมไร้กรอบ ที่ดูเหมือนจะไม่ให้ค่ากับเรื่องพวกนี้แล้ว
แต่มันก็ยังคงมีกรอบอยู่ในความไร้กรอบนั้น
ผู้เขียนดึงพล็อตแบบนั้นออกมาอยู่ในโครงสร้างใหม่
ในแบบที่ทำให้เราได้เห็นความรู้สึกภายในของคนทั้งสอง
และผู้คนรอบตัว
ได้เห็นจุดเปลี่ยนเล็กๆ ที่เกิดจากความต่างที่ว่า
ถูกถ่างขยายออกให้กลายเป็นเลยเถิด

ผู้เขียนถ่ายทอดความซับซ้อนของความรัก
ของผู้คนในสังคมยุคใหม่เอาไว้ในเรื่องนี้เต็มไปหมด
ความรักแบบวัยรุ่น
มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน
one night stand
เป็นแค่คนคุยที่มีอะไรกัน
เป็นเพื่อนแบบที่บอกฝันดีก่อนนอน 
ดมหัวเราแล้วบอกหอม ฯลฯ

สำนวนแปล และภาษาที่ใช้เล่า ดีเลย
ต้องยกประโยชน์ให้ผู้แปลเลย ที่ช่วยเสริมอรรถรสของเรื่องราว
คลังภาษาที่ใช้เข้ากันดีกับฉาก ยุคสมัย และตัวละคร

สิ่งที่เป็นอุปสรรคในการอ่านหนังสือเล่มนี้สำหรับเราคือ
ตัวหนังสือมีขนาดค่อนข้างเล็ก
และเชิงอรรถที่ถูกรวมเอาไว้ท้ายเล่มทั้งหมด
ทำให้ต้องเปิดกลับไปกลับมา
ซึ่งนอกเหนือจากนั้นแล้ว ทุกอย่างดีงาม

ปีนี้ต้องเป็นปีที่ดีของเราแน่ๆ
ได้อ่านแต่หนังสือสนุกๆ ดีๆ มาตลอดตั้งแต่ต้นปีแล้ว
รู้สึกหนักใจในการจะต้องเลือก 10 เล่มแห่งปีนี้ขึ้นมาตะหงิดๆ 555
ขอบคุณสำนักพิมพ์แซลมอน ที่ส่งหนังสือสนุกๆ เล่มนี้มาให้อ่าน
ขอบคุณมากๆ ค่ะ 🙂

 

Comments are closed.

Post Navigation