50 ซู

เรื่อง ซู
ผู้แต่ง โอตสึ อิจิ
ผู้แปล มินามิ
สำนักพิมพ์ เนชั่นบุ๊คส์
ราคา 225 บาท

ซู อีกหนึ่งแรร์ไอเทมจากค่ายเนชั่น .. หนังสือรวมเรื่องสั้นของโอตสึ อิจิค่ะ
เล่มนี้ก็หายากไม่แพ้ goth เลยเหมือนกัน และก็มีหลายตอนถูกเอาไปทำหนังเหมือนกันด้วย
หนังสือเล่มนี้บางกว่า goth นิดหน่อย แต่รวบรวมเรื่องสั้นแบบสั้นๆ เอาไว้มากมายถึงสิบเรื่องทีเดียว

เรื่องสั้นเรื่องแรก คาซาริกับโยโกะ
เรื่องราวของแม่โรคจิตที่มีลูกแฝดคู่หนึ่ง เป็นแฝดเหมือนที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะ
แต่แม่ดันปฏิบัติต่อเด็กสองคนต่างกันราวฟ้ากับเหว
ฉัน คนที่แม่ปฏิบัติด้วยอย่างสุดจะอยุติธรรมที่สุด จึงมีบุคลิกอย่างเดียวกันกับเด็กที่ไม่มีใครต้องการ
ในขณะที่คาซาริ น้องสาวของฉัน กลับเป็นดั่งนางฟ้าตัวน้อยๆ ของทุกคน
เรื่องของโอตสึ ไม่มีที่มาที่ไป ไม่ต้องมีเหตุผลว่าทำไมแม่ถึงลำเอียง
แต่เรื่องของเรื่อง มันอยู่ต่อจากนี้ต่างหาก ..

สงสัยเราจะอ่านเรื่องสั้นของโอตสึมากไปเสียแล้ว
รอบนี้ อ่านจบแล้วก็อดเชียร์คนร้ายไม่ได้ ลุ้นให้เธอทำสำเร็จ
you are what you read สินะ อีกสักนิด จะโรคจิตเท่าตัวละครแล้ว ;P

เรื่องต่อมา ไปตามหาเลือดมา!
เนื้อเรื่องในตอนนี้ถูกเล่าด้วยสำนวนแปลกประหลาด
ไม่รู้ว่าแปลกมาตั้งแต่โอตสึเอง หรือมาแปลกที่ผู้แปลเราก็ไม่รู้
พล็อตก็อีรุงตุงนัง คล้ายๆ อยากให้ตลก แต่เป็นตลกแหวะ ตลกร้าย
เรื่องราวของเศรษฐีแก่ที่สูญเสียประสาทรับรู้ความเจ็บปวดไป
แต่ชีวิตแกก็จะพัวพันอยู่แต่เรื่องที่ต้องเสียเลือดทั้งนั้น
เช้าวันหนึ่งในตอนที่แกตื่นขึ้น แกก็เพิ่งรู้ตัวว่าถูกมีปักร่าง มีเลือดท่วม
เหตุการณ์ต่อจากนั้นจึงต้องหากระเป๋าเลือดสำรอง
คงจะเป็นที่สำนวนจริงๆ น่ะแหละ ที่ทำให้เรารู้สึกว่าตอนนี้มันไม่สนุกเอาซะเลยค่ะ

ตอนต่อไป เรื่องที่สาม บทกวีแห่งมุมอุ่นไอแดด
เปิดเรื่องด้วยยุคสมัยแห่งอนาคต ในตอนที่มนุษย์โลกติดเชื้อไวรัสตายไปเกือบหมด
ฉันคือหุ่นยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์คนเดียวที่เหลืออยู่
ภารกิจคือ ดูแลบ้านในระหว่างที่มนุษย์คนนั้นยังไม่ตาย และฝังศพให้เขา เมื่อเขาตาย
เมื่อวันเวลาผ่านไป ฉันก็เริ่มมีความรู้สึกนึกคิดละเอียดอ่อนใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้นไปทุกที

เมื่อถึงวันตาย .. มนุษย์เราคงไม่ได้อยากให้ใครสักคนมาจัดการศพให้หรอก
แต่เราคงอยากจะมีใครสักคน .. ที่เสียใจเมื่อเราจากไปต่างหาก

เรื่องสั้นเรื่องนี้อ่อนโยน และอบอุ่น ผิดไปจากเรื่องสั้นอื่นๆ ของโอตสึอย่างเห็นได้ชัด
แปลกแต่ดีค่ะ ^^

เรื่องที่สี่ sofar – โซฟา
เรื่องราวประหลาดๆ ที่เริ่มต้นจากความปกติธรรมดา
ของครอบครัวแสนอบอุ่นอันประกอบไปด้วยพ่อ แม่ และฉัน
ในวันหนึ่ง ผมก็พบว่า ชีวิตในบ้านเหลือกันเพียงสองคน
ในตอนที่ผมอยู่กับแม่ พ่อก็จะมองไม่เห็นแม่
แต่ในตอนที่ผมอยู่กับพ่อ แม่ก็จะมองไม่เห็นพ่อ
ต่างฝ่ายต่างทำเหมือนอีกคนไม่มีตัวตน
เป็นดั่งวิญญาณที่ดับสูญไปแล้ว มีเพียงแต่ฉันที่เห็นเท่านั้น ..

โอตสึเปิดเรื่องมาด้วยพล็อตแปลกๆ น่าสนใจดีจัง
เป็นอีกเรื่องที่ยังอบอุ่น แต่ก็อบอวลไปด้วยความเศร้า .. นุ่มนวลแบบเศร้าๆ ค่ะ

เรื่องต่อมา บ้านขาวในป่าเย็น
เขียนเรื่องโทนอบอุ่นมาได้สองเรื่อง โอตสึก็แวะเข้าเรื่องแหวะอีกแล้ว
แหม่ .. ไม่ปล่อยให้พักหายใจนานเลยเนาะ -*-

เรื่องราวอยุติธรรมของเด็กชายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่กับลุงและป้า
เขาไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในบ้าน ต้องอาศัยนอนหลับอยู่ในคอกม้ารวมกับม้า
ทำงานหนัก อดอาหาร และถูกกระทำต่างๆ นานา
จนในวันหนึ่ง เขาก็ถูกไล่ออกจากบ้านพร้อมทั้งแผลทางกายและจิตใจ

เรื่องนี้เต็มไปด้วยจินตนาการจริงๆ ค่ะ
จินตนาการอย่างเดียวเลย ที่เหลือคือความแหวะล้วนๆ .. เฮ้อ!!

ต่อมา เรื่องที่หก closet ค่ะ
เปิดเรื่องด้วยฉากที่อ่านแล้วได้กลิ่นความตายกรุ่นๆ
เป็นบทสนทนาระหว่างพี่สะใภ้กับน้องชายสามี บทสนทนาที่จะโยงไปหาความตายของผู้พูดแน่ๆ
เพียงแต่ตอนเริ่มต้นยังยากที่จะเดาว่าใครกันแน่ที่จะตาย

แต่นั่นแหละ หลังเหตุการณ์ฆาตกรรม ผู้ตายก็ถูกลากเข้าไปซ่อนในตู้เสื้อผ้าใกล้ๆ นั้นเอง
หลังจากวันนั้น ฆาตกรก็เริ่มถูกหลอนจากความผิดที่ตนกระทำ ..

เป็นการจบหักมุมที่ใช้วิธีเล่าสุดบรรเจิดอีกเรื่อง อ่านงงดีค่ะ ^^”

เรื่องที่เจ็ด วาจาศักดิ์สิทธิ์
โอตสึเล่มนี้ บางเรื่องก็ดีสุดๆ แต่บางเรื่องก็หลุดโลกจริงๆ
คิดดูเล่นๆ ว่า บางทีเขาอาจจะตั้งใจเขียนเรื่องสั้นแนวทดลองอยู่ก็ได้
เขียนไปเรื่อยๆ เพื่อดูรสนิยมคนอ่านจากคำวิจารณ์ เป็นการเขียนนอกกรอบโดยแท้อ่ะ
อย่างเรื่องนี้ ก็เริ่มต้นด้วยความหลุดโลกเช่นกัน
แต่พออ่านดีๆ เรากลับคิดว่า โอตสึอาจจะกำลังแฝงอุปมาบางอย่าง
เพื่อสื่อความหมายคนละเรื่องกับเรื่องที่เล่าก็ได้
แม้เนื้อหาจะตรงกับชื่อเรื่อง แต่บางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่มันชวนคิดดีค่ะ

เรื่องที่แปด คือเรื่องที่มีชื่อเดียวกับหนังสือ “zoo”
“ผม” ได้รับภาพถ่ายของศพอดีตแฟนเป็นประจำทุกวัน ติดต่อกันมาเกินร้อยวันแล้ว
ภาพถ่ายที่ว่านี้ เริ่มส่งมาถึง “ผม” ตั้งแต่วันแรกที่เธอตาย
หลังจากนั้น คือภาพที่เธอค่อยๆ เน่าเปื่อยลงตามลำดับเวลา ..
โอตสึเปิดเรื่องบรรเจิดอีกแล้ว!

อ่านต่อไปอีกไม่มาก ไม่ได้สปอยล์ โอตสึก็เฉลยในไม่กี่บรรทัดต่อมาว่า ..
“ผม” นี่แหละ เป็นคนฆ่าเธอ!!
และแล้ว เรื่องราวก็เล่าที่มาที่ไป ดำเนินไปแบบสุดพิสดาร -*-
(เรื่องนี้เคยทำเป็นภาพยนตร์ค่ะ จำได้แม่นเลย)

เรื่องที่เก้า (ที่กลายเป็นภาพยนตร์สั้นต่อกันกับเรื่องที่แปด) คือ seven rooms
เรื่องนี้ลุ้นระทึกสุดๆ ตอนอ่านรอบแรกไม่ชอบเอาซะเลยค่ะ
แต่พอมาดูเวอร์ชั่นหนังสั้นกลับสนุกมากๆ

เรื่องราวของสองพี่น้องที่ถูกจับมาขังรวมไว้ในห้องมืดห้องหนึ่ง
เป็นการสูญสิ้นอิสรภาพอย่างที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้ใดๆ
ระยะเวลาที่ค่อยๆ ผ่านไปในแต่ละวันทำให้ความลับของห้องมืดนั้นค่อยๆ เปิดเผยออกมาทีละนิด
และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ “ผม” ต้องหาทางหนี!!

เรื่องสุดท้ายของเล่ม “ในเครื่องบินที่กำลังจะตก
บทสนทนาในตอนนี้ เป็นบทสนทนาที่เกิดขึ้น ..
ในระหว่างที่เครื่องบินลำหนึ่งถูกจี้ด้วยคนสิ้นหวังเพียงคนเดียว
บทสนทนาที่ว่านี้ เป็นบทสนทนาสุดติงต๊องแห่งยุค
คนกำลังจะตาย มานั่งต่อราคาสินค้ากันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ได้
พล็อตพิสดารอีกแล้วค่ะเรื่องนี้

จบสิบตอนในเล่มนี้ลงกลางดึก
สรุปได้ว่ารวมเรื่องสั้นชุดนี้ บางเรื่องดีมาก แต่บางเรื่องก็ไม่อยากจะหยิบมาอ่านอีก
อันที่จริงเราไม่ค่อยชอบแนวนี้เท่าไรหรอก แต่นานๆ อ่านทีก็เปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบเหมือนกัน
จบเซ็ตโอตสึเมื่อไร คงต้องเปลี่ยนไปอ่านแนวอื่นดูบ้าง แก้มึนค่ะ

Comments are closed.

Post Navigation