เรื่อง คนวัดโลก
ผู้แต่ง ดานีเอล เคห์ลมันน์
ผู้แปล เจนจิรา เสรีโยธิน
สำนักพิมพ์ วงกลม
เลขมาตรฐานหนังสือ 9789745826175

ฉากของเรื่องเริ่มต้นในอดีตกาล คือใน ค.ศ. 1828
โดยการโคจรมาเจอกันของ คาร์ล ฟรีดริซ เกาส์ (Carl Friedrich Gauß)
อัฉริยะนักคิดผู้ขวางโลก และไม่เข้าใจโลก
กับ อเล็กซานเดอร์ ฟอน ฮุมโบลท์ (Alexander von Humboldt)
นักปฏิบัติผู้จดจ่ออยู่กับ
การวัดทุกอย่างรอบตัว เท่าที่เขานึกออก
คนไม่ธรรมดาสุดกู่สองคนได้มาพบกันในบทแรกเริ่มของหนังสือเล่มนี้

เกาส์ ถูกวางตัวเป้นชายแก่งี่เง่างอแงที่ดันเป็นนักคณิตศาสตร์ชื่อดังของเยอรมัน
ถูกเชิญตัวให้ไปร่วมงานสมาคมแห่งราชบัณฑิตวิทยาศาสตร์ ที่กรุงเบอร์ลิน
เขาออกเดินทางอย่างไม่เต็มใจ ไปกับลูกชายนามออยเกน
ลูกชายผู้ไม่ได้เรื่องในสายตาของนักคณิตศาสตร์อัจฉริยะผู้เป็นพ่อ
เรื่องราวเล่าตัดสลับกันระหว่างชีวิตที่ดำเนินไปของเกาส์
กับการเดินทางผจญภัยไปในดินแดนที่ไม่มีใครเคยไป
เพื่อวัดระยะอันกว้าง ยาว สูง ..
เก็บตัวอย่างสัตว์ ดิน หิน แร่ และทุกๆ อย่างที่เขาได้พานพบ
จดบันทึก ทำแผนที่ และบลาๆๆ ..
นั่นคือชีวิตของ ฮุมโบลท์ ชายอีกผู้หนึ่งในสองคนสำคัญของเรื่อง

ภายในเรื่อง ปรากฏบุคคลในประวัติศาสตร์เยอรมันหลายคน
ซึ่งส่วนมากเราล้วนไม่รู้จัก ^^”
(ถ้ามีความรู้รอบตัวดีๆ คงอ่านเรื่องนี้ได้สนุกเพิ่มมากขึ้นอีกแหละ)

ระหว่างเล่าเรื่อง โดยเฉพาะในช่วงการผจญภัยอันยากลำบาก
(ซึ่งเรานึกในใจขณะอ่านไปตลอดว่า .. ไปเพื่อ!!?)
มันมีกลิ่นอายคล้าย ดอนกิโฆเต้ คือตลก และเรื่อยเปื่อย
ความตลกที่ว่า เป็นเรื่องตลกเสียดสีที่เราไม่ค่อยบันเทิงขณะอ่าน
รู้ว่าสนุก รู้ว่าเสียดสีใครสักคน ในบางบทบรรยาย
รู้ว่าน่าจะขำแหละ แต่ไม่เก็ตไง
เหมือนนั่งอยู่ในวงที่เขาแซวลุงตู่กัน
แต่ถ้าเราไม่รู้จักลุง มันก็จะครึ่งๆ กลางๆ ขำไม่สุด

แต่ทั้งหมดนี้ เราชอบ คนวัดโลก มากกว่า ดอนกิโฆเต้ นะ
ด้วยเหตุผลเดียวเลย คือภาษาของผู้แปลดีงามมาก ..
แม้จะอ่านไม่ค่อยเก็ตในหลายจุด แต่เราก็ยังสนุกไปกับมัน
พอนึกภาพออกว่า ถ้าขำ จะขำประมาณไหน
อยากกลับไปอ่านประวัติศาสตร์เยอรมัน และชีวประวัติคนสำคัญต่างๆ ในเรื่อง
แล้วย้อนกลับมาอ่านเล่มนี้อีกครั้ง .. รู้เลยว่าเราจะสนุกกับมันได้มากกว่านี้

ปล. จุดสำคัญที่เราเซอร์ไพรส์ที่สุดในเรื่องคือ
เพิ่งมารู้ว่า ตัวละครหลักสองตัวในเรื่องนี้ ไม่ใช่ตัวละครสมมติ
ทั้งสองคนมีตัวตนอยู่จริงๆ (แต่ไม่รู้ว่าสุดโต่งจริงอย่างในเรื่องหรือเปล่า)
มันทึ่งมาก ที่เขาเขียนให้นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของชาติตัวเอง
ให้กลายเป็นคนขาดๆ เกินๆ ได้ขนาดนี้ ..
ขนาดที่เรานึกว่าเป็นตัวละครสมมติเลยน่ะแหละ

 

Comments are closed.

Post Navigation